กระบวนการส่งมอบที่เป็นระบบในโครงการ (The Project Handover Process)

  • Post author:

Nattasit Chaisaard, Ph.D.

แผนภาพความคิด (Mindmap) ที่แสดง เกี่ยวข้องกับกระบวนการส่งมอบที่เป็นระบบของโครงการก่อสร้าง (The project handover process) ทีช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพ (streamlined) พร้อมด้วยการรองรับต่อการตรวจสอบและการทดสอบระบบอย่างละเอียด ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของโครงการ การจัดการปัญหาเชิงรุกและการสื่อสารที่ชัดเจน ช่วยให้เจ้าของโครงการได้รับมอบอาคารโครงการที่พร้อมรองรับต่อการใช้งาน และการบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

แผนภาพความคิดนี้ แสดงถึงประเด็นสำคัญของการส่งมอบโครงการและการตรวจสอบระบบอาคาร กล่าวคือ กระบวนการส่งมอบโครงการสามารถทำให้เรียบง่ายขึ้น เพื่อให้เจ้าของได้รับมอบอาคารโครงการที่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มสมรรถนะ พร้อมเอกสารการส่งมอบที่เกี่ยวข้องครบถ้วน เป็นการสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับข้อกำหนดการใช้งานและการบำรุงรักษา โดยการทำเช่นนี้เน้นถึงเป้าหมายสูงสุดของกระบวนการส่งมอบโครงการก่อสร้าง โดยเฉพาะอาคาร นั่นคือ สร้างความพึงพอใจต่อเจ้าของโครงการ สามารถเข้าถึงและบริหารจัดการอาคารได้อย่างราบรื่นเต็มสมรรถนะ

สำหรับแนวทางสำหรับการส่งมอบโครงการ จัดเป็นพื้นฐานสำหรับการส่งมอบที่ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย

  1. มีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่เริ่มต้นและบ่อยครั้ง (Engage stakeholders early and often) รวมเจ้าของโครงการ ทีมงานบริหารทรัพยากรอาคาร (FM team) และฝ่ายสำคัญอื่น ๆ ตลอดทั้งโครงการเพื่อให้แน่ใจว่ามีการปรับแนวทางร่วมกันและจัดการต่อข้อกังวลล่วงหน้า
  2. พัฒนาแผนการส่งมอบที่ครอบคลุม (Develop a comprehensive handover plan) กำหนดบทบาท ความรับผิดชอบ และกำหนดเวลาที่ชัดเจนสำหรับกิจกรรมการส่งมอบทั้งหมด
  3. การทดสอบและการปรับแต่งที่ครอบคลุม (Thorough testing and commissioning) ดำเนินการทดสอบอย่างเข้มงวดของระบบประกอบอาคารโครงการทั้งหมดเพื่อตรวจสอบถึงประสิทธิภาพและการปฏิบัติที่เป็นไปตามข้อกำหนด
  4. เอกสารที่ชัดเจนและกระชับ (Clear and concise documentation) การจัดเตรียมคู่มือ แบบแปลน และการรับประกันที่มีการจัดระเบียบเป็นอย่างดีเข้าใจง่ายสำหรับองค์ประกอบย่อยและระบบรวมทั้งหมดของอาคาร
  5. การฝึกอบรมและการถ่ายโอนความรู้ (Training and knowledge transfer) ให้ความรู้กับทีมงานของเจ้าของเกี่ยวกับการใช้งานและการบำรุงรักษาอาคาร

อธิบายภาพด้านซ้าย Commissioning Process for Building Systems

กระบวนการปรับแต่งานระบบประกอบอาคาร (The commissioning process) เป็นวิธีการอย่างเป็นระบบเพื่อให้แน่ใจว่าระบบประกอบอาคารทั้งหมดได้รับการออกแบบ ติดตั้ง ทดสอบ ดำเนินการ และบำรุงรักษาเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของโครงการของเจ้าของ (OPR: Owner’s Project Requirements) และเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเจตนารมณ์ของการออกแบบ (Design intent)

(**หมายเหตุ กระบวนการ Commissioning นั้นจะรวมถึงการตรวจสอบและการทดสอบระบบต่าง ๆ ของอาคารเพื่อให้มั่นใจว่าทำงานได้ตามที่ออกแบบและตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้ ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการรับรองว่าอาคารมีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นไปตามความต้องการของเจ้าของและผู้ใช้งาน) ในที่นี้จะเรียกโดยย่อกระบวนการตรวจสอบ ทดสอบและปรับแต่งระบบต่างๆของอาคาร

กระบวนการนี้แบ่งออกเป็นหลายขั้นตอนสำคัญ

  • ก่อนดำเนินการกระบวนการตรวจสอบ ทดสอบและปรับแต่งระบบต่างๆของอาคาร (Pre-Commissioning) ขั้นตอนแรกนี้เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเอกสารการออกแบบ ตรวจสอบการติดตั้งอุปกรณ์ และดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างพร้อมก่อนเริ่มการทดสอบในขั้นถัดไป
  • ดำเนินการกระบวนการตรวจสอบ ทดสอบและปรับแต่งระบบต่างๆของอาคาร (Commissioning)
    • การทดสอบการทำงาน: ทดสอบระบบและส่วนประกอบแต่ละรายการ เพื่อตรวจสอบการทำงานและประสิทธิภาพตามข้อกำหนดการออกแบบ
    • การทดสอบประสิทธิภาพ: ประเมินประสิทธิภาพของระบบภายใต้สภาวะการทำงานต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบ สามารถรองรับความต้องการในการใช้งานจริงได้
    • การทดสอบระบบแบบบูรณาการ: ทดสอบการทำงานร่วมกันของระบบหลายระบบเพื่อให้แน่ใจว่าทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่นและเป็นไปตามข้อกำหนดโดยรวมของโครงการ
  • รายการเอกสาร การจัดทำเอกสารขั้นตอนการทดสอบ ผลลัพธ์ และปัญหาใดๆ ที่พบอย่างละเอียดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการอ้างอิงและการบำรุงรักษาในอนาคต
  • การฝึกอบรม มีการจัดการฝึกอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและบำรุงรักษาอาคารเพื่อให้แน่ใจว่ามีความเข้าใจวิธีการใช้งานและบำรุงรักษาระบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การส่งมอบอาคารโครงการ ขั้นตอนสุดท้ายเกี่ยวข้องกับการส่งมอบระบบที่ได้รับการว่าจ้างให้กับเจ้าของ พร้อมกับเอกสารและเอกสารการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ปัญหาและแนวทางแก้ไขในการตรวจสอบระบบอาคาร (Problems and Solutions in Building Systems Inspection)

  • ปัญหาทั่วไป (Common problems)
    • การติดตั้งที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง (Incomplete and Incorrect installation/Malfunctions) อาจเกิดจากความผิดพลาดในการติดตั้ง หรือการไม่ปฏิบัติตามแบบรูปและรายการข้อกำหนด
    • อุปกรณ์หรือวัสดุที่บกพร่อง (Defective Equipment or Materials/ Faulty equipment or substandard materials) อุปกรณ์หรือวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอาจมีข้อบกพร่องหรือไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในอาคาร
    • การทดสอบไม่เพียงพอ (Inadequate Testing) การทดสอบระบบต่างๆ ในอาคารไม่ครอบคลุมหรือไม่เพียงพอ อาจทำให้ปัญหาบางอย่างถูกละเลย
    • การขาดการประสานงาน (Lack of Coordination) การขาดการประสานงานระหว่างทีมงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการอาจทำให้เกิดความล่าช้า เกิดข้อผิดพลาด และปัญหาอื่นๆตามมา
    • ข้อผิดพลาดในการจัดทำเอกสาร (Documentation Errors) รายการเอกสารที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ อาจทำให้เกิดความสับสนและปัญหาในการใช้งานและบำรุงรักษาอาคาร
  • แนวทางแก้ไข (Solutions)
    • การตรวจสอบอย่างละเอียด (Thorough Inspections) การตรวจสอบระบบและส่วนประกอบต่างๆ ในอาคารอย่างละเอียดเชิงระบบ จะช่วยระบุปัญหาต่างๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
    • การควบคุมคุณภาพ (Quality Control) การดำเนินการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดตลอดกระบวนการก่อสร้าง จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดข้อบกพร่องและปัญหาต่างๆ
    • การทดสอบอย่างครอบคลุม (Comprehensive Testing) การทดสอบระบบต่างๆ ในอาคารอย่างครอบคลุมเชิงระบบ จะช่วยสร้างความมั่นใจว่าทุกระบบจะประสานการทำงานได้อย่างถูกต้อง
    • การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ (Effective Communication): การสื่อสารและประสานงานที่ดีระหว่างทีมงานต่างๆ จะช่วยลดความผิดพลาดและปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
    • การจัดทำเอกสารที่ถูกต้อง (Accurate Documentation): การจัดทำรายการเอกสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน จะช่วยให้การใช้งานและบำรุงรักษาอาคารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • รายการเอกสาร (Documentation) เน้นถึงความสำคัญของการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับอาคาร เช่น คู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา แบบรูปและรายการประกอบแบบทางวิศวกรรม และใบรับประกัน เพื่อให้เจ้าของอาคาร สามารถใช้งานและบำรุงรักษาอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การทำความเข้าใจของผู้ใช้ (User Understanding) การให้ข้อมูลที่ชัดเจนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เข้าใจง่ายเกี่ยวกับรูปแบบอาคาร ระบบต่างๆ และคุณสมบัติที่สำคัญ จะช่วยให้เจ้าของอาคารและ FM อาคาร มีความเข้าใจและสามารถใช้งานอาคารได้อย่างถูกต้อง
  • การติดตามเอกสาร (Document Tracking): การจัดทำระบบติดตามและปรับปรุงเอกสารอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับอาคารมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ

โดยสรุปแผนผังนี้ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางแผน การสื่อสาร การตรวจสอบ และการจัดทำรายการเอกสารในการส่งมอบโครงการและการตรวจสอบระบบประกอบอาคาร การดำเนินการตามแนวทางเหล่านี้จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเจ้าของอาคารจะได้รับมอบอาคารโครงการที่ได้มาตรฐาน สามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ